2007/Aug/21

ใกล้จะถึงวันแม่แล้วนะ ถ้ายังมีแม่ให้กอด อย่าลืมกอดท่านด้วยล่ะ T^T
ทรหาคนที่รักคุณสักนิด ก่อนที่จะไม่เหลือใครให้โทรหาอีก


ก่อนอื่นต้องขออภัยสำหรับเจ้าของต้นเรื่อง

มันอาจตอกย้ำความเจ็บปวดกับคุณในเรื่องนี้

แต่เรื่องนี้เป็นสิ่งที่ควรเผยแพร่เพื่อตอกย้ำคนที่ได้ชื่อว่าลูกทุกคน

ให้หันกลับมาดูคนที่ส่งเสียคุณเลี้ยงดูคุณมาด้วยความเหนื่อยยาก

วันนี้เราหันไปเหลียวท่านบ้างหรือเปล่า ก่อนจะไม่มีโอกาสดูแล

เมื่อท่านจากเราไปแล้วการจัดงานใหญ่โตมันไม่มีประโยชน์อะไร

เวลาท่านอยู่ทำไมไม่ทำ ?

ความรู้สึกของน้องคนหนึ่งที่บรรยายออกมาจากใจ ในขณะที่....

ผมก็เป็นเช่นเด็กวัยรุ่นทั่วๆไป เรียน เที่ยว นอน กิน

ดึกๆผมก็โทรคุยกับแฟนของผม ซึ่งทั้งหมดเหล่านี้มันก็เป็นกิจวัตรประจำวันของผม

และผมก็เชื่อว่าใครๆเค้าก็ทำแบบนี้กัน

"จ้า ตัวเอง วันนี้กินข้าวรื้อยาง "

"กินกับอะไรบ้าง แล้วตอนกินตัวเองคิดถึงเค้ามั้ยเนี่ย "

"รู้มั้ยตัวเอง ถ้าเค้าเป็นผีเนี่ย เค้าอยากเป็นกระสือที่รักจะได้เห็นใจไง "

"ตัวเองวางก่อนดิ ก่อนดิ "

ประโยคต่างๆที่ผมได้คิดและคัดสรร เตรียมพร้อมมาต่างๆก่อนโทร

ผมยังคงใช้เวลาส่วนใหญ่ตอนดึกไปกับการคุยโทรศัพท์

ระยะเวลาอันผมได้ใช้ไปในแต่ละครั้งนั้น พอรู้สึกอีกทีก็ผ่านไปหลายชั่วโมง

แล้วแต่ผมก็ชอบนะหากใครจะมาว่าผมไร้สาระ

ก็ไม่เห็นหรอคนส่วนใหญ่เค้าก็ทำกัน

" เอ้อ เกือบลืมไป อีกอย่างกิจวัตรอีกอย่างนึงของผมก็คือ

แม่ของผมมักชอบโทรหาผมทุกวัน "

"ตอนนี้ลูกอยู่หอรึยัง " "เย็นนี้กินข้าวอิ่มมั้ย " "วันนี้เรียนเป็นยังไงบ้าง "

"อย่าไปเที่ยวที่ไหนไกลนะ " โธ่ !คำถามเดิมๆ

ผมก็ตอบไปแบบเดิมๆ แม่ผมก็ไม่เบื่อซักที

ยังคงโทรหาผมเป็นประจำ โชคดีที่ผมพยายามตัดบทคุย

ผมกับแม่น่ะคุยกันไม่กี่นาทีก็วางแล้ว ก็มันไม่มีอะไรจะคุยจะให้ผมทำยังไง

" จนกระทั่งวันนั้น " ตัวเองตอบเค้าได้รึยังว่ารักเค้ามั้ย"
" เร็วๆสิ เค้ายังอุฒส่าห์บอกรักตัวเองไปแล้วนะ "

"แล้วยังจะใจร้ายไม่บอกรักเค้าอีกหรอ "

ติ๊ดๆ ติ๊ดๆ เสียงจากโทรศัพท์บอกผมว่ามีสายซ้อน

ผมมองไปที่หน้าจอมันขึ้นชื่อว่า "Home"

" โธ่ แม่โทรมาทำไมตอนนี้เนี่ย กำลังเข้าด้ายเข้าเข็มเลย"

ผมไม่สลับสายผม ผมยังคงคุยกับสุดที่รักของผมต่อไป

เพราะผมรู้ว่า สิ่งที่แม่จะคุยกับผม ก็คงเป็นประโยคเดิมๆ "

และนั่นก็เป็นโอกาสสุดท้าย ที่ผมจะมีโอกาสฟังเสียงของแม่ "

หลังจากนั้น ไม่นานทางญาติของผม

โทรมาแจ้งผมว่า เมื่อคืนนี้บ้านของผมถูกขโมยเข้า

และแม่ของผมขัดขืน และได้ต่อสู้กับโจร จึงถูกโจรใช้มีดแทงเข้าที่ท้อง

แม่เสียชีวิตเพราะทนพิษบาดแผลไม่ไหว ญาติของผมเล่าอีกว่า

ตอนไปพบศพแม่นั้น ในมือของแม่กำโทรศัพท์ไว้แน่น

และเบอร์โทรออกล่าสุดของเธอ ไม่ใช่โทรแจ้งตำรวจ

หรือเรียกรถพยาบาล แต่แม่เลือกที่จะโทรหา

" ผม"

สิ่งสุดท้ายในชีวิตที่แม่ผมเลือกที่จะทำคือโทรศัพท์หาผมเพื่อฟังเสียงของผม

วินาทีนั้นน้ำตาของผมไหลอาบแก้ม ผมพูดอะไรไม่ออก

มือและตัวของผมสั่น วันนั้นผมเลือกที่จะคุยกับแฟนผมดีกว่าที่จะคุยกับแม่ของผม

ผู้หญิงคนเดียวในโลก ที่คุยกับผมเป็นคนแรกในชีวิต

ผู้หญิงคนเดียวที่ผมสามารถที่จะคุยกับเธอได้ทุกเวลา

โดยที่ผมไม่ต้องเตรียมบทพูดใดๆ

ไม่ต้องกังวลว่าเธอจะประทับใจหรือไม่

ไม่ต้องมีมุข ไม่ต้องมีคำหวานใดๆ

คนเดียวในโลกที่โทรมาหาผมเพียงแค่ฟังผมพูดประโยคเดิมๆ

คนเดียวในโลกที่ไม่ว่าโทรศัพท์เธอจะโปรโมชั่นแพงแค่ไหน

ก็ยังโทรหาผม "และคนเดียวในโลกที่เลือกคุยกับผมในวินาทีสุดท้ายในชีวิต "

ในบางครั้งประโยคที่ว่า

" ไม่มีคำว่าสาย หากเราคิดที่จะแก้ตัว" มันก็ไม่เป็นความจริง "

เพราะบางปรากฏการณ์ในโลกเกิดขึ้นได้แค่ครั้งเดียว

" อาจเป็นเพราะเวรกรรมของผม หลังจากนั้นไม่นานแฟนผมที่ผมใช้เวลาคุยกับเธอ

วันละหลายๆชั่วโมงคุยกับเธอก็ทิ้งผมไป วันนี้ผมเริ่มเข้าใจชีวิตมากขึ้น

หลายๆอย่างที่คนส่วนใหญ่ทำมิได้หมายถึงสิ่งที่ถูกต้องเสมอไป

เพราะตัวเราเท่านั้นที่เป็นผู้ต้องรับผลการกระทำของเราเอง

" เราจะรู้ว่าสิ่งใดสำคัญ ก็ต่อเมื่อเราต้องเสียมันไป"

ทุกวันนี้ผมนั่งมองโทรศัพท์

รอที่จะตอบคำถามเดิมๆให้ผู้หญิงคนหนึ่งฟัง

.................................................

....................................................

แต่ผู้หญิงคนนั้นคงไม่มีอีกแล้ว

ป.ล.เอาบทความมาจากสาระแนร์มันเหมือนเป็นกระจกสะท้อนเงา

ที่สะท้อนชีวิตของคนเราได้ชัดเจน

2007/Aug/17

วันพะ-รึ-หัด-สะ-บ่-ดี 16สิงหา ไปรรมา............................

จากใจจิงก็ตั้งใจจะไปแนะแนวน้องๆ

ไปกับเพื่อนคือนกเรียนที่คณะเดียวกันแล้วก็นู๋ยุ้ยเภสัชม.อ.จ้า

เพื่อนนัด 9.30 แต่ไป 10 โมงแระมีภาระกิจซักผ้าเลยไปช้า

ก็อยู่บ้านต้องทำงานบ้านไปตามระเบียบ แต่ทำได้อยู่แล้วพ่อกับแม่จะได้ไม่เหนื่อย

ไปช้าเพื่อนก็ไม่ว่าอะไร ก็แนะแนวต่อเลยแต่ไอที่เครียดก็ใสขาสั้นเข้ารร.นี้แหละ

ไม่ได้ตั้งใจจิงๆ แต่ขายาวที่เอามามันใส่มะเข้าแล้ว อ้วนขึ้นๆจิงๆเรา - -"

ไปถึงก็พูดไม่หยุดเลยครับพี่น้อง มีอะไร รู้สึกยังงัยก็พูดไปอย่างหมดเปลือก

เจออาจารย์ก็ไหว้ไปตลอดทาง และก็เจอคำถามยอดฮิต "นู๋เรียนที่ไหนค่ะตลอด"

จิงๆอาจานถามก็ดีแล้วแต่บางครั้งมันก็เบื่อกับการตอบคำถามเดิมๆอ่ะ

แต่ยังไงรักอาจานทุกคนค่ะเพราะทำให้นู๋มีวันนี้ ^ ^

พูดจนถงพักเที่ยงเดินไปหาจานที่ห้องวิดคุยกับอาจานอย่างเมามัน

แล้วอาจานนัยนาก็เลี้ยงติม แย้วๆจัยจัง ได้กินของฟรี แล้วคุ้กกี้อีก

น้ำใจอาจานช่างปะเสริฐแท้ แล้วก็มากาอาจานอัมพรอีกครั้ง พอดีมีเด็กห้องอื่นมา

แกก็เลยให้เราพักแล้วให้เค้าพูดแทน เค้าเปงเด็กสิน พูดเสร็จอาจานก็เลี้ยง

โออิชิพวกเราแล้วก็ให้ปากกามาคนล่ะแท่ง อาจานแกคงดีใจที่พี่ๆมาแนะแนวน้องๆ

รู้สึกดีจัยเหมือนกันทีได้พูดกับน้องๆเผื่อเปงแนวทางในการเลือกคณะของเค้า

แล้วก็จะดีด้วยถ้าน้องเอาสิ่งที่ฝากไปปฏิบัติกันน่ะจร้า

ป.ล.เพลงของหมอโอ๊คเพราะจัง

2007/Aug/14

วันที่ 12 สิงหา

ได้มีMessage จากเบอร์นิรนาม

ซึ่งเราก็ไม่รู้จิงๆว่าเบอร์ใคร

นัดออกไปเจอกันที่ๆนึง

ที่ไหนได้เบอร์ใหม่นู๋พิน นี้เอง(ทำตื่นเต้นไปงั้นแหละ เดาออกตั้งนานแล้ว)

นัดออกไปเจอกันที่ บ้านภูเก๊ต หลังจากเหล่าเพื่อนไม่ได้เจอกันนาน

อิอิ คิดถึงเพื่อนแต่ล่ะคนใจจะขาด อยากเล่าประสบการณ์ดีๆ

ในรั้วมหาลัยใจจะขาดประมาณว่าอยากเมาส์ๆ

13 สิงหา 2550

8.00 เพิ่งจะตื่น เพราะนอนดึก

9.00 ซักผ้าอยู่เลย

10.00 เวลาที่เพื่อนนัด ณ บ้านภูเก็ตเป็นบ้านป้าของนส.พินนี่
ซึ่งทุกครั้งที่พาเพื่อนไปบ้านต้องรอให้ป้าไม่อยู่555+ และขณะนั้น
ดิฉันยังโหนรถเมล์อยู่เลย

11.00 คนที่นัดเจอมาพร้อมหน้า นู๋พิน นู๋ติว นู๋กิ๊ฟ นู๋จ้า

วันนั้นบังเอิญเหล่าวีไม่ครบเพราะ
1.นู๋บูยังเรียนอยู่กทม
2.นู๋เมย์ก็เช่นกันติดสอบด้วย
3.นู๋บิวกลับบ้านมาแม่ก็พาไปเก็บลองกอง

ไม่ครบก็ไม่เป็นไงยังไงก็ดีใจแล้วที่มาได้บางส่วน^ ^

หลังจากเจอหน้าฝีปากก็กระเพื่อมกันไม่หยุดเลย555555+

เมาส์กันจนหายคิดถึง พินนี่ซึ่งเกิด 15สิงหาก็พาไปเลี้ยงวันเกิด

ด้วยเงินที่เก็บออมมาตลอดทั้งชีวิต(เว่อร์อีกแล้วตู) วันนั้นทานกันอย่าง

อาหย๋อย กินไปคุยไป จากนั้นก็ไปกินไอติมกันต่อ ภาระกิจวันนั้น

จบไปเพียงไม่นานแต่มันยังอยู่ในใจเรา จะอยู่ตลอดไปด้วย

เพราะเราคงจะไม่ได้เจอเพื่อนบ่อยอีกแล้ว

ยังคงคิดถึงทุกคนน่ะ

...................................

..................................

ยังรักและคิดถึงทุกคน

นู๋ติว